ออกแบบเว็บไซต์ เขียนโปรแกรม ทำเว็บไซต์

Web Design

Warning: mssql_connect() [function.mssql-connect]: Unable to connect to server:

by admin on ธ.ค..19, 2010, under Web Design

เมื่อเราต้องติดต่อกับ ms sql server ด้วย PHP ความมันส์ก็บังเกิดขึ้น

ผมเลือกใช้ adodb เป็นเครื่องมือในการติดต่อฐานข้อมูลเพราะมันรองรับฐานข้อมูลเยอะมาก ดูได้ที่นี่ http://adodb.sourceforge.net/
เมื่อเลือกเครื่องมือได้แล้วก็เริ่มกันเลย

ด่านแรกที่ต้องทำคือติดต่อกับ ms sql server ให้ได้ก่อน

เมื่อลอง code แบบ basic ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อ database ได้และยังไม่มี response ใดๆ

include(“lib/adodb5/adodb.inc.php”);

$databasetype = “mssql”;

$db = NewADOConnection($databasetype);

$db->Connect(“(local)\SQLEXPRESS”, “sa”, “123456″, “mydata”);

$result = $db->Execute(“SELECT * FROM mytable”);

if ($result === false) die(“failed”);

while (!$result->EOF) {

for ($i=0, $max=$result->FieldCount(); $i < $max; $i++)

echo $result->fields[$i].’ ‘;

echo “<br>”;

$result->MoveNext();

echo “<br>”;

}

เลยลอง code โดยใช้ php ms sql โดยตรง

$link = mssql_connect($server, ‘sa’, ‘azsxdc’);

if (!$link) {

die(‘Something went wrong while connecting to MSSQL’);

}else{

echo “ok”;

}

เจอ Error ตัวนี้

Warning: mssql_connect() [function.mssql-connect]: Unable to connect to server:

งมอยู่นานแก้โดย จนไปเจอ blog ของคุณ razasayed ต้องขอบคุณมากเลย วิธีแก้ตามนี้

The 8 steps that i followed to resolve this error are as follows :

1.) Downloaded ntwdblib.dll (version : 2000.80.194.0) fromWebzila.com

2.) Copied this dll file to apache\bin

3.) Restarted the apache service by going to Control Panel->Administrative Tools->Services.

4.) Went to “SQL Server Configuration Manager”.

5.) Under “SQL Server Network Configuration” clicked on “Protocols for SQLExpress”.

6.) On the right hand side,right clicked on “Named Pipes” and clicked on Enable

7.) Also, right clicked on TCP/IP and clicked on enable

8.) Restarted the SQL Server Express service. You can do that from the control panel or by issuing the following two commands at the command line :

net stop mssql$sqlexpress

net start mssql$sqlexpress

http://razasayed.wordpress.com/2008/03/09/connecting-to-sql-server-2005-express-using-php/

กำหนดการเข้าถึงแบบไหนถึงใช้ได้

$server = ‘(local)’; << ใช่ไม่ได้
$server = ’192.168.1.2\SQLEXPRESS’; << ใช่ไม่ได้
$server = ‘BIZ01\SQLEXPRESS’; << ใช่ได้
$server = ‘BIZ01\SQLExpress’;  << ใช่ได้
$server = ‘.\SQLEXPRESS’;  << ใช่ได้
Leave a Comment more...

ใช้ CSS ร่วมกับการออกแบบเว็บไซต์ ยากตอนเริ่มแต่ง่ายในอนาคต

by admin on ธ.ค..12, 2010, under Tip and Trick, Web Design

ใช้ CSS ร่วมกับการออกแบบเว็บไซต์ ยากตอนเริ่มแต่ง่ายในอนาคต


ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่าเว็บไซต์ใหญ่ๆ ทำไมเขาปรับเปลี่ยนการ ออกแบบเว็บไซต์ กันได้เร็วจัง
บางที่เปลี่ยนกันถี่ถึงเดือนละครั้ง บางที่เปลี่ยนการออกแบบทุกๆ ไตรมาส ทำไมขยันจังโปรแกรมเมอร์ว่างจัดหรือไง

หรือว่าเงินเหลือเฟือจ้าง Programmer Designer มาประจำไว้เปลี่ยนเว็บไซต์กันเลย

ความจริงแล้วเทคนิคที่เว็บใหญ่ๆ ใช้คือการใช้ Cascading Style Sheets(CSS) เจ้า CSS นี้มันช่วยให้
นักพัฒนาเว็บไซต์และนักออกแบบเว็บไซต์มาพบกันครึ่งทาง จากเมื่อก่อนทำงานแบบห่างกันไม่ได้ใครจะแก้อะไรบนเว็บที่ทำด้วยกันต้องแจ้งกันวุ่นไปหมด
แต่เดี๋ยวนี้ CSS ช่วยสร้างอิสละให้บุคคลทั้ง 2 กลุ่มแล้ว โดยการตงลงกันในการวางดครงสร้างครั้งแรกและใช้ชื่อ Class หรือ ID เป็นตัวบอกว่า Class หรือ ID นั้นมีคุณสมบัติยังไง
โปรแกรมเมอร์ก็ไม่ต้องไปยุ่งเลยว่าจะให้ Class หรือ ID หน้าตาเป็นไงเพราะมันเป็นเรื่องของ Designer เพียงแค่กำหนดชื่อ Class หรือ ID ไปตามที่ตกลงกันก็พอ

วิธีการออกแบบเว็บไซต์แบบนี้จึงเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นอย่างสูงเพราะว่าดีซะขนาดนี้ไงละครับ

อ้อ เดี๋ยวนี้เขามี CSS3 แล้วนะ ใครยังไม่รู้จัก CSS เลย อัพเดทด่วน

ที่มา: http://www.bizidea.co.th/รับออกแบบเว็บไซต์.php
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง : บริษัท รับออกแบบเว็บไซต์

Leave a Comment more...

ข้อดีและข้อเสียของการใช้โดเมนเนมภาษาไทย

by admin on ธ.ค..05, 2010, under Web Design

ข้อดีของการจดโดเมนภาษาไทย

1. จดจำได้ง่าย
2. ชื่อโดเมนเป็น Keyword โดยตรง สามารถทำ SEO ก็สามารถทำได้ง่่าย
3. เป็นประโยชน์ในการค้นหา คือ กลุ่มลูกค้าสามารถค้นหาได้รวดเร็วและตรงตามความต้องการ
4. ยังมีชื่อโดเมนภาษาไทยให้เลือกอีกมากมาย เพราะอาจจะยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก
5. ทำงานเหมือนเว็บชื่อภาษาอังกฤษ
ข้อเสียของการจดโดเมนภาษาไทย
แน่นอนว่ามีข้อดีแล้วก็ต้องมีข้อเสียเช่นเดียวกัน
1. ถ้าไม่ใช่ Web Browser ที่ยังไม่รองรับก็ไม่สามารถเข้าชมได้ – สำหรับคอมพิวเตอร์ที่มีอายุเกิน 3 ปีโดยประมาณ จะเข้าใช้งานไม่ได้ เพราะว่าคนเหล่านั้น ยังใช้งาน Internet explorer เวอร์ชั่น 6 อยู่
2. คนรุ่นเก่าไม่คุ้นเคย – เป็นเรื่องไม่ง่าย ที่จะทำให้คนรุ่นเก่าๆ ที่ยังยึดติดชื่อโดเมนที่เป็นภาษาอังกฤษที่มีมานานหลายสิบปี จะเข้าใจและเชื่อในเรื่องที่เราพูดได้ ว่าตอนนี้มีการใช้งานโดเมนที่เป็นภาษาไทยแล้วจริงๆ
By *SleepMode


Leave a Comment more...

โดเมนภาษาไทย คืออะไร

by admin on พ.ย..28, 2010, under Web Design

ชื่อโดเมนเนมภาษาไทย, โดเมนชื่อไทย, เว็บชื่อไทย หรือ IDN Domain ที่เรียกกันว่า IDN ย่อมาจาก Internationalized Domain Name คือชื่อโดเมนที่เป็นภาษาท้องถิ่น

โดยปกติแล้วเรามักคุ้นเคยกับโดเมนที่เป็นภาษาอังกฤษ เช่น dotregis.com, domain.com เป็นต้น
ชื่อโดเมนที่ประกอบด้วยอักขระ (character) อื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากรหัส ASCII ได้ กล่าวคือ แต่เดิมการตั้งชื่อโดเมนจะถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ (อักษรโรมัน) A-Z, ตัวเลขอารบิก 0-9 และเครื่องหมายยัติภังค์ (-) เท่านั้น
เนื่องจากข้อจำกัดของระบบชื่อโดเมน (Domain Name System – DNS) ที่ใช้อยู่แต่เดิม ซึ่งชื่อของโดเมนจะต้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
แต่โดเมน IDN นี้ มีความแตกต่างออกไป เช่น จดโดเมนเนมภาษาไทย.com ซึ่งเราจะสังเกตุได้ว่าโดเมนแบบ IDN นี้จะใช้เป็นคำในภาษาท้องถิ่นทั้งหมดยกเว้นส่วนที่บอก ลักษณะของโดเมน (เช่น .com, .net, .tv, .cc, .cn .travel) ที่ยังคงไว้เป็นภาษาอังกฤษเช่นเดิม
+ความเป็นมาของโดเมนเนมภาษาไทย
IDN domain เริ่มต้นมานานแล้ว แต่เริ่มจริงจังขึ้นมาเมื่อปี 1996 และเริ่มพัฒนาจนมีการนำมาใช้จริงเมื่อปี 1998 จากนั้นก็ได้มีการตั้งชื่อ
อย่างเป็นทางการว่า Internationalizing Domain Names in Applications (IDNA) และถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานได้ในที่สุดเมื่อปี 2005
ที่ผ่านมา โดยหลักการทำงานของ IDN คือการแปลง ป้าย (label) ให้เป็น ASCII (ตัวหนังสือภาษาอังกฤษ) เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลก
สามารถเข้ากัน และทำงานร่วมกันได้กับระบบโดเมนแบบใหม่นี้ ซึ่งในการแปลงรูปแบบนี้ จะเป็นการแปลงให้อยู่ในรูปแบบ PunyCode
+เรื่องของ PunyCode ที่กระทบต่อ จดโดเมนเนมภาษาไทย.com
จากที่กล่าวแล้วว่าระบบ Internet ทั่วโลก ไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ดังนั้น จึงต้องมีการแปลง IDN ขึ้นมาอยู่ในรูป
PunyCode ซึ่ง เราสามารถนำเอา PunyCode ไปใช้กับระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ได้ทันที โดย PunyCode จะขึ้นต้นด้วย
xn-- (เอ็ก เอ็น และอักษร – อีก 2 ตัว) แล้วจึงตามด้วยตัวหนังสือภาษาอังกฤษอีกชุดนึง ยกตัวอย่างเช่น จดโดเมนเนมภาษาไทย.com
จะได้ PunyCode ดังนี้ xn--82cyamja3cfcm9e9eb2qc1a9b.com
+การจดทะเบียนใช้งาน โดเมนเนมภาษาไทย (IDN Domain)
การจดโดเมนเนมภาษาไทย เป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้งานได้อย่างสากล และมี Browser ต่างๆ ที่รองรับการทำงาน และ Browser ที่สนับสนุนจะเปลี่ยนเป็นภาษาไทยอัตโนมัติ
วิธีการทำงานและ Browser ที่รองรับ
เมื่อผู้เปิดเว็บไซต์ กรอกข้อมูลชื่อเว็บไซต์เป็นโดเมนเนมภาษาไทย อย่างเช่น http://จดโดเมนเนมภาษาไทย.com เบราเซอร์จะแปลงข้อมูลชื่อโดเมนเนมภาษาไทยนี้ให้เป็นระบบมาตรฐานคือ โดเมนเนมในรูปแบบ xn--82cyamja3cfcm9e9eb2qc1a9b.com ซึ่งเป็น ชื่อโดเมนเนมแบบภาษาอังกฤษแบบเดิมที่ใช้งานกันอยู่ทั่วไปและเปิดข้อมูลจากโดเมนเนมดังกล่าวขึ้นมาใช้งาน
+การจดทะเบียนใช้งาน โดเมนเนมภาษาไทย (IDN Domain)
การจดโดเมนเนมภาษาไทย เป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้งานได้อย่างสากล และมี Browser ต่างๆ ที่รองรับการทำงาน และ Browserที่สนับสนุนจะเปลี่ยนเป็นภาษาไทยอัตโนมัติ
วิธีการทำงานและ Browser ที่รองรับ
เมื่อผู้เปิดเว็บไซต์ กรอกข้อมูลชื่อเว็บไซต์เป็นโดเมนเนมภาษาไทย อย่างเช่น http://จดโดเมนเนมภาษาไทย.com เบราเซอร์จะแปลงข้อมูลชื่อโดเมนเนมภาษาไทยนี้ ให้เป็นระบบมาตรฐานคือ โดเมนเนมในรูปแบบ xn--82cyamja3cfcm9e9eb2qc1a9b.com ซึ่งเป็น ชื่อโดเมนเนมแบบภาษาอังกฤษแบบเดิมที่ใช้งานกันอยู่ทั่วไป และเปิดข้อมูลจากโดเมนเนมดังกล่าวขึ้นมาใช้งาน
ตัวอย่างการทำงาน
+Internet Explorer 8
+Mozilla Firefox 3
+Chrome
+Opera

ส่วนข้อดีและข้อเสียของการใช้โดเมนเนมภาษาไทยจะกล่าวถึงในบทต่อไปนะคะ
By *SleepMode
Leave a Comment more...

เว็บสวยด้วย CSS3 ตอนที่ 1

by admin on พ.ย..21, 2010, under Web Design

จริง ๆ แล้ว CSS3 ก็ออกมาได้สักพักนึงแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลย วันนี้จึงนำเอาฟังก์ชั่นการใช้งานดีมาฝากกัน ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นฟังก์ชั่นการทำงานที่เรียกใช้กันอยู่บ่อยๆ ชักช้าอยู่ใย….มาดูกันเลยดีกว่าว่าเราจะใช้  CSS3 จัดการได้อย่างไรบ้าง  ไปเลย…

1. RGBA

ปกติแล้วเราจะคุ้นเคยกับ RGB (แดง เขียว น้ำเงิน ) กันมากกว่าแล้ว A ละคืออะไร ใน CSS3 ได้เพิ่มการใช้งาน A ขึ้นมาอีกค่า นั่นคือ Alpha หรือจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ Transparency หรือ ค่าความโปร่งใส นั่นเอง โดยเราสามรถกำหนดค่าให้กับ A ได้ ดังนี้ 0=โปร่งแสง 1=ทึบแสง และเราสามารถกำหนดค่าเป็นทศนิยมได้ตามความต้องการค่ะ รูปแบบการเรียกใช้งาน เป็นดังนี้ค่ะ background: rgba(ค่า r, ค่า g, ค่า b, ค่า a); ตัวอย่าง เช่น


ฟังก์ชั่นนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกที่ที่เรียกใช้  RGB เช่น font color, border color, background color, shadow color, etc.

2.Text Shadow

ต่อไปนี้การทำเงาหรือการสร้างมิติให้กับตัวอักษรต่างๆในการทำเว็บก็ไม่ใช้เรื่องยากอีกต่อไป ซึ่งจะทำการจัดการ แกน X และ แกน Y ของข้อความนั่นเอง โดยมีรูปแบบการเรียกใช้งาน ดังนี้ text-shadow: (ระยะแกนตั้ง X) (ระยะแกนนอน Y) (ความเบลอ) (สีเงา); ตัวอย่าง เช่น


เอาละพอหอมปากหอมคอ หัวห้อหน้าจะมีอะไรดีๆมาฝากอีก อย่าลืมติดตามกันนะค่ะ

Leave a Comment more...

ทำไมตัวอักษรบนคีย์บอร์ดถึงไม่เรียง A B C นะ

by admin on พ.ย..21, 2010, under Web Design

การเรียงอักษรบนแป้นพิมพ์ในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเรียง ที่เรียกว่า QWERTY (คิวเวอร์ตี้) ที่เรียกกันอย่างนี้เพราะเป็นการนำอักษร 6 ตัวแรก (เมื่อนับจากซ้ายมาขวา) ของแป้นพิมพ์ที่เป็นตัวอักษรแถวบนมาต่อกัน และถ้าหากจะถามว่าทำไมถึงต้องเรียงแบบนี้ เราคงต้องย้อนกลับไปในอดีตกันซะหน่อย

การเรียงลำดับอักษรของแป้นพิมพ์ในปัจจุบันนั้น มีที่มาจากข้อจำกัดที่เกิดกับเครื่องพิมพ์ดีดในยุคแรกๆ ที่ยังจัดแป้นพิมพ์แบบเรียงตามลำดับตัวอักษรคือ เมื่อคนที่พิมพ์ดีดได้คล่องและเร็วมาพิมพ์จะทำให้ก้านพิมพ์ดีดขัดกันอยู่ เสมอ ต่อมา คริสโตเฟอร์ ลาแธมโชลส์ วิศวกรเครื่องกลชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ดีดสมัยใหม่รายแรกและได้รับสิทธิบัตรในปี 1868 จึงทำการเรียงลำดับตัวอักษรเสียใหม่ด้วยการแยกตัวอักษรที่มักใช้มาผสมเป็นคำร่วมกันบ่อยๆ ออกไปอยู่กันคนละฝั่งของแป้นพิมพ์ เพื่อทำให้นักพิมพ์ดีดพิมพ์ได้ช้าลงกว่าเดิม จะได้ไม่เกิดปัญหาก้านพิมพ์ขัดกันอีก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกผู้คนยังคงไม่นิยมเครื่องพิมพ์ดีดของเขามากนัก ทำให้โชลส์ตัดสินใจขายสิทธิบัตรดังกล่าวให้กับทางบริษัท เรมิงตันอาร์มคอมพานี ในปี 1973 ซึ่งปรากฏว่าหลังจากที่ทางเรมิงตันผลิตเครื่องพิมพ์ดีดออกมาจำหน่าย ความนิยมในตัวเครื่องพิมพ์ดีดกลับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ในเวลาต่อมา ปรากฏว่ามีผู้พยายามจัดเรียงตัวอักษรบนแป้นพิมพ์เป็นแบบต่างๆ ซึ่งแบบที่ได้รับความนิยมมากหน่อยก็อย่างเช่น แบบ DVORAK ซึ่งเคยมีการบอกกล่าวกันว่าการเรียงในรูปแบบนี้จะทำให้พิมพ์เร็วขึ้น จนทางห้างร้านบริษัทหลายแห่งเริ่มนิยมกันอยู่พักหนึ่ง แต่ว่าในปี 1956 ทาง General Services Administration ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่หน่วยงานอื่นๆของรัฐ ได้ทำการศึกษาการจัดแป้นพิมพ์ทั้ง 2 แบบ และก็พบว่า การจัดแบบ QWERTY นั้น ทำให้พิมพ์ได้เร็วเท่ากับหรือมากกว่าแบบ DVORAK ทำให้ความนิยมของการจัดแป้นพิมพ์แบบ DVORAK ลดลงไป

ทั้งนี้หลายคนอาจจะคิดว่า ปัจจุบันเราก็ไม่ได้นิยมใช้พิมพ์ดีดแบบเมื่อก่อนแล้ว ดังนั้นปัญหาเรื่องก้านพิมพ์ขัดกันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาต่อไป แล้วทำไมเราจึงไม่เปลี่ยนกลับไปใช้แป้นพิมพ์แบบเรียงตามตัวอักษรเหมือนก่อน ซึ่งคำตอบสำหรับคำถามนี้หลายคนคงพอเดากันได้ว่าเป็นเพราะ เราคุ้นเคยและเคยชินกับแบบ QWERTY จนไม่อยากจะกลับไปเสียเวลาเริ่มนับหนึ่งกับแบบเดิมเสียแล้ว

ปล. แป้นพิมพ์ภาษาไทย ก็ให้เหตุผลเดียวกัน

เครดิต : FW Mail

By * SleepMode

Leave a Comment more...

Dropdown รูปแบบใหม่ไฉไลกว่าเดิม

by admin on พ.ย..14, 2010, under Web Design

สวัสดีค่ะ วันนี้มี Dropdown รูปแบบใหม่มากฝากกันค่ะ ซึ่งแตกต่างจากแบบเดิมๆที่เราคุ้นเคยกันมาเนิ่นนานค่ะ รูปแบบใหม่นี้เป็นแบบ Image Dropdown JQuery Plugin นั่นก็คือจะมีรูปสัญลักษณ์ หรือ  Icon ปรากฏขึ้นมาด้วยนั่นเอง เพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถนำเอาไปประยุกต์ใช้ได้ตามใจเลยนะค่ะ



ซึ่ง Browsers ที่รองรับก็ประกอบไปด้วย Browsers ต่างๆ ดังนี้

เนื่องจากว่าสคริปค่อนค้างที่จะยาว ขออนุญาต Capture มาให้ได้ดูเป็นตัวอย่างกันนะค่ะ ส่วนเพื่อนๆคนไหนที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษาสคริปต้นฉบับได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ http://www.marghoobsuleman.com/jquery-image-dropdown

Leave a Comment more...

Net SIM คืออะไร?

by admin on พ.ย..14, 2010, under Web Design

ทำความรู้จัก Net SIM


เน็ตซิม (Net SIM) ย่อมาจากคำว่า Internet SIM รูปร่างหน้าตาก็เหมือนกับ SIM ที่เราใช้บนโทรศัพท์มือถือ แต่โดยทั่วไปจะมีการนำ Net SIM นี้ไปใช้กับอุปกรณ์ที่เรียกว่า แอร์การ์ด (AirCard) เพื่อใช้สำหรับเชื่มมต่ออินเตอร์ผ่านคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค (Notebook) แต่บางค่ายก็อาจเป็นทั้ง SIM โทรศัพท์ด้วยเลย เพื่อสำหรับเชื่อมต่อผ่านทางโทรศัพท์

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แอร์การ์ด ทำความรู้จัก Aircard

Net SIM ทำอะไรได้บ้าง

เล่นอินเตอร์เน็ตผ่านแอร์การ์ด (AirCard) หรือผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
ไม่มีหมายเลขเหมือนกับ SIM ทั่วไป บางค่ายก็เป็นทั้ง SIM โทรศัพท์ด้วย สำหรับเล่นเน็ตบนโทรศัพท์มือถือ (ตรวจสอบให้ดีก่อนซื้อ)
มีการจำกัดความเร็ว ต้องเลือกให้ดีกว่าจะเป็น 3G หรือไม่ (ถ้าเป็น 3G ก็ต้องซื้อแอร์การ์ดที่รองรับ 3G ด้วยเช่นกัน)
เน็ตซิม Net SIM แบบ 3G ไม่สามารถเล่นได้กับ AirCard 2G
AirCard 2G หมายถึง AirCard ที่รองรับการเชื่อมต่อ GPRS/EDGE
Net SIM แต่ละค่ายจะใช้ได้เฉพาะโครวข่ายที่เราเลือกซื้อ เช่น ซื้อของ TOT ก็จะใช้ได้เฉพาะของ TOT เป็นต้น
การเลือกซื้ออย่าลืมว่า บริเวณบ้านของเราสัญญาณระบบไหนแรงที่สุด (ทดสอบจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือทั่วไป)
ควรศึกษาเงื่อนไขของการให้บริการก่อน เพราะจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน
ผู้ให้บริการ Net SIM

TOT 3G – http://www.tot3g.net
GSM Advance – http://www.gsmadvance.ais.co.th/th/net-sim.html
TrueMove – http://www.truemove.com/th/Mobile-Hi-Speed-Net-SIM.rails
Net SIM เหมาะสำหรับใคร?

สำหรับผู้ใช้งานตามสำนักงาน หรือตามบ้าน ประเภทที่ไม่ค่อยได้เดินทางไปไหน ก็แนะนำให้ซื้อ Net แบบตามบ้านเลยจะดีกว่า (ADSL) เพราะเร็วกว่า ราคาก็ถูกกว่าด้วย หรือสำนักงานก็สามารถใช้ได้เช่นกัน (แต่ถ้ามีคนใช้มากๆ ก็แนะนำให้ซื้อแบบ Leased Line ไปเลย) แต่สำหรับคนที่ชอบเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือใช้เน็ตนอกบ้าน จะหันมาใช้ Net SIM ก็ดูจะ OK กว่าครับ

สำหรับบ้านไหน คอนโดไหนที่มีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็ใช้ Net SIM ก็ดูจะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นได้ดีที่สุดเหมือนกัน ส่วนเรื่องของความเร็ว และความแน่นอนของระบบการเชื่อมต่อ การใช้งานเชื่อมต่อแบบมีสาย ย่อมดีกว่าไร้สายอย่างแน่นอนครับ (เรื่องจริงที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์)

ใครมีข้อมูลที่แตกต่างจากนี้ก็สามารถเขียนแนะนำมาได้น่ะครับ ทีมงานขอขอบคุณล่วงหน้า..

Leave a Comment more...

กฏ 20 ข้อในการทำเว็บให้ประสบความสำเร็จ

by admin on พ.ย..07, 2010, under Web Design

1. ให้ความนับถือผู้ชมเว็บของคุณ อย่าพยายามบังคับให้พวกเขาอ่านเนื้อหาในเว็บของคุณทั้งหมด ปล่อยให้พวกเขาเลือกและตัดสินใจเองว่าจะอ่านอะไร ให้ลองนึกว่าถ้าคุณเป็นผู้ชมเว็บ คุณจะทำอย่างไรกับหน้าต่างที่ป๊อบอัพขึ้นมาและกล่องโฆษณาที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมด

2. โฆษณาที่แย่ กล่องโฆษณาที่น่ารำคาญอาจช่วยเพิ่มรายได้ให้คุณเพียงชั่วขณะหนึ่ง แต่ในระยะยาวแล้ว มันไม่ทำให้เว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จได้ อย่างไรก็ตาม การผนวกโฆษณาเข้ากับเนื้อหาของเว็บไซต์ และจัดโครงสร้างของเว็บให้ดีก็จะช่วยให้โฆษณานั้นไม่รบกวนผู้ชม มันจะช่วยให้เว็บของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้นและยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่คุณได้ด้วย

3. ให้ข้อมูลและสอนผู้ชมเว็บของคุณ แบ่งปันความคิด ไอเดีย ประสบการณ์ และความรู้ของคุณให้กับคนที่ต้องการหรืออาจจะต้องการคำแนะนำจากคุณ เมื่อคุณมีข้อมูลเหล่านี้ คุณก็มีเครื่องมือที่ทรงพลังที่จะดึงดูดความสนใจของมวลชนมาที่งาน ความสนใจ และบริการของคุณได้ นอกจากนี้แล้ว ถ้าคุณแบ่งปันความรู้ที่มีคุณค่ากับผู้ใช้คนอื่น คุณก็จะได้รับการเคารพนับถือว่าเป็นบุคคลที่รู้ว่าเขาหรือเธอกำลังพูดถึงอะไร

4. สร้างสรรค์สไตล์ของคุณ สร้างสรรค์จากไอเดียของคุณ ทำให้ตัวคุณเกิดแรงบันดาลใจ แต่อย่าลอกเลียนแบบ มันน่าสนใจกว่ามากที่จะได้รู้ว่าคุณมีความสามารถอะไรแทนที่จะไปสนใจว่าคนอื่นมีความสามารถอะไร ค้นหาจินตนาการและความอยากรู้อยากเห็นของคุณเอง ไอเดียใหม่ๆ หรือไอเดียเก่าที่ถูกพัฒนาขึ้น ย่อมดึงดูดผู้ใช้เว็บมากกว่าของลอกเลียนแบบ

5. ใส่ใจกับมาตรฐาน คิดถึงคนให้มาก การใช้มาตรฐานเว็บที่ดีจะช่วยลดงานของคุณในอนาคตลงได้มาก เมื่อคุณจะสร้างเว็บสำหรับคนทั่วไป มันจึงมีเหตุผลที่คุณจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่จะตรวจสอบโค้ดต่างๆ และทำให้มันเป็นมาตรฐาน เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานดีแล้ว คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าในอนาคตจะมีเว็บบราวเซอร์เวอร์ชั่นใหม่เกิดขึ้นมาซึ่งจะทำให้เว็บของคุณมีปัญหา นอกจากนี้เว็บของคุณจะต้องสามารถอ่านได้ง่าย (readability) เข้าถึงได้ง่าย (accessibility) และใช้งานง่าย (usability) จำไว้ว่าคุณต้องนับถือผู้ชมเว็บของคุณ

6. ใช้ข้อความที่ชัดเจน อย่ากลัวที่จะบอกว่าคุณต้องการสื่ออะไร ความคลุมเครือทำให้เกิดระยะห่างระหว่างคุณกับผู้ชมเว็บของคุณอย่างไม่จำเป็น ให้ใช้ข้อความที่เด่นชัดต่อผู้ชมเว็บถ้าคุณต้องการนำเสนออะไรให้แก่พวกเขา ถ้าคุณระบุให้ชัดเจนว่าคุณกำลังพูดถึงอะไรอยู่ คุณก็จะได้รับผลตอบรับที่ดีหรือได้คำตอบของคำถามที่คุณสงสัย

7. เกลียด Internet Explorer ได้ถ้าคุณอยาก แต่อย่าปฏิเสธผู้ใช้มัน อย่าออกแบบเว็บที่เหมาะสำหรับบางเว็บบราวเซอร์เป็นพิเศษ คุณควรออกแบบเว็บให้เหมาะสำหรับ Internet Explorer เหมือนกับที่ออกแบบให้กับบราวเซอร์อื่นๆ Internet Explorer อาจจะไม่ใช่บราวเซอร์ที่ดีที่สุด แต่ก็มีผู้ใช้เว็บถึง 85% ที่ใช้มันอยู่ ให้กลับไปดูกฎข้อที่ 1

8. เอาใจใส่เนื้อหาของเว็บ สำหรับเว็บที่กำลังพัฒนา คุณจะต้องทำให้มันมีข้อมูลที่น่าสนใจและมีรูปลักษณ์ที่ดูดี อย่าลืมว่าผู้ชมเว็บของคุณจะจดจำทุกสิ่ง เมื่อคุณแสดงลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมแก่พวกเขาโดยที่ไม่มีข้อความอธิบายว่ามีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้ลิงค์นั้น คุณก็จะไม่ได้เห็นผู้ชมเว็บเหล่านี้อีกเลย ถ้าโค้ดของเว็บไซต์เป็นร้อยกรอง เนื้อหาของเว็บไซต์ก็เป็นร้อยแก้ว

9. อย่ากังวลมากกับ SEO อย่าไปมองในระดับคีย์เวิร์ด เพราะมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเว็บไซต์ของคุณต้องการนำเสนออะไร การพยายามเพิ่มตำแหน่งใน search engine นั้นเสียเวลามากกว่าการเขียนบทความที่มีประโยชน์ลงในบล็อกของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO คุณจะทราบว่าคุณต้องปรับแต่งเว็บไซต์ตลอดเวลาเพื่อให้มีอันดับที่ดีขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณเขียนบทความที่ดี มันจะอยู่กับเว็บไซต์ของคุณไปตลอด

9a. หลีกเลี่ยงการทำ SEO และ PageRank แบบผิดๆ การทำ Search Engine Optimization ที่ไม่ถูกต้อง (การแลกเปลี่ยนลิงค์กับทุกเว็บไซต์บนเน็ตเท่าที่เป็นไปได้ การโพสต์ลิงค์ของคุณในเว็บรวมลิงค์ ฯลฯ) จะทำให้เว็บของคุณถูกแบนจาก search engine สำคัญๆ ในที่สุด อัลกอริธึมของ search engine ถูกปรับปรุงตลอดเวลา ท้ายที่สุดแล้วความพยายามของคุณก็จะไม่เกิดประโยชน์ และยังเสี่ยงที่ PageRank จะกลายเป็น 0

10. ติดต่อ แต่อย่าสแปม ให้คนที่สนใจเนื้อหาของคุณได้รู้ว่าคุณมีเนื้อหานั้นๆ ต้องรู้ก่อนว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ จากนั้นให้เอาใจใส่กับคนที่อาจจะสนใจในบริการของเว็บคุณ นึกถึงเว็บไซต์ที่พวกเขาชอบเข้าไปชม แล้วติดต่อเจ้าของเว็บไซต์เหล่านี้เพื่ออธิบายถึงประโยชน์ของบริการของคุณ แต่จำไว้ว่าคุณไม่ได้เขียนถึงโปรแกรม แต่คุณกำลังเขียนถึงมนุษย์ ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะแบ่งปันบริการของคุณให้กับผู้ชมเว็บของเขาหรือไม่ จำไว้ว่าจะส่งลิงค์ แต่ให้ส่งคำเชิญชวนที่มีข้อความที่สุภาพที่อธิบายว่าเว็บของคุณมีอะไรที่แตกต่างจากเว็บอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน ต้องมั่นใจว่าคนที่คุณเขียนถึงตระหนักได้ว่ามันสำคัญต่อผู้ชมเว็บของพวกเขาอย่างไร จงจำไว้ว่าคุณไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่ทำเพื่อผู้ใช้ อย่าสแปม อย่าโฆษณา แต่ให้เผยแพร่สิ่งที่มีประโยชน์

11. ไม่ต้องเกรงใจที่จะถาม มีนักพัฒนาเว็บจำนวนมากที่เคย กำลัง หรือจะถามคำถามเดียวกับที่คุณมีอยู่ตอนนี้ อย่าลังเลที่จะถาม อย่าลังเลที่จะหาคำตอบ ยิ่งคำถามของคุณฉลาดมากเท่าไร คำถามนั้นก็มีโอกาสจะได้รับคำตอบมากขึ้นเท่านั้น และยังทำให้คนพบเว็บของคุณจาก search engine อีกด้วย
12. ตอบอีเมลทันที ติดต่อกับลูกค้าที่มีศักยภาพของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่าปล่อยให้อีเมลกองอยู่ใน inbox นานเกิน 12 ชั่วโมง อย่าส่งข้อความตอบกลับอัตโนมัติ คนที่เขียนข้อความถึงคุณรู้ว่าเขากำลังเขียนถึงคุณ อย่าทำให้คนอื่นเสียเวลาเช่นเดียวกับที่คุณไม่ทำให้ตัวเองเสียเวลา พยายามสร้างความประทับใจให้กับคนที่คุณติดต่อด้วย ตอบกลับอย่างมั่นใจ มืออาชีพ เป็นกันเอง และเป็นตัวของตัวเอง

13. ใช้ประโยชน์ของ social bookmark อย่ากลัวที่จะเผยแพร่เว็บไซต์ของคุณผ่าน Digg, Reddit, Furl, del.icio.us, Ma.gnolia, Blinklist และเว็บไซต์ social bookmark อื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ให้เลือก tag ที่จะใช้ในเว็บเหล่านี้อย่างระมัดระวังซึ่งจะทำให้ผู้ชมเว็บเข้ามาที่เว็บของคุณ และถ้า tag ถูกเลือกใช้อย่างมีเหตุมีผล ไม่เพียงแต่จะมีผู้ชมเว็บเข้ามาเท่านั้น แต่คุณยังสามารถโน้มน้าวให้พวกเขาช่วย tag บทความของคุณใน social bookmark ต่อด้วย

14. สร้างความสัมพันธ์ นักพัฒนาเว็บที่สร้างสรรค์มักจะได้รับการสนับสนุนจากบล็อกของนักพัฒนาเว็บด้วยกัน

15. คิดในระดับโลก ข้อมูลในเว็บของคุณอาจจะไม่ดึงดูดคนในประเทศของคุณ แต่โลกของเว็บนั้นไร้ขอบเขต แล้วทำไมคุณไม่สื่อสารกับคนทั้งโลกล่ะ? ไม่จำเป็นต้องหาตลาดเฉพาะ (niche) ที่ใกล้ตัวคุณ ในเมื่อคุณมีโอกาสที่ไม่จำกัดอยู่ทั่วโลก

16. อย่าแหกหลักการ ควรพูดคุยกับลูกค้าถึงแนวทางที่เว็บไซต์ควรถูกนำเสนอหรือพัฒนาขึ้น ให้ความเคารพกับมุมมองของลูกค้า แต่จงจำไว้เสมอว่าคนที่พัฒนาเว็บคือคุณ อย่าทำเพียงเพราะว่าคุณถูกสั่งให้ทำ ให้แก้ไขข้อผิดพลาดถ้าคุณพบว่าลูกค้าผิด จงเป็นมืออาชีพ เพราะในท้ายที่สุดแล้วคุณสร้างเว็บเพื่อผู้ใช้ ไม่ใช่เพื่อลูกค้าของคุณ

17. ติดตามข่าวสารสม่ำเสมอ ตื่นตัวตลอดเวลาว่ามีอะไรเกิดขึ้นในโลกอินเทอร์เน็ต เว็บถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีไอเดียใหม่ๆ ออกมาเสมอ อย่างไรก็ตาม นิตยสารด้านการออกแบบและพัฒนาเว็บก็คุ้มค่าที่จะอ่าน

18. เรียนรู้ที่จะสร้างสรรค์ ค้นหาไอเดียใหม่ๆ ตลอดเวลา พยายามเข้าไปอ่านตามกระดานข่าวของนักพัฒนาเว็บ มุ่งความสนใจของคุณไปยังสิ่งที่ผู้คนกำลังค้นหาและพูดถึงกันอยู่

19. ทำเว็บให้สวยขึ้น CSS ดีไซน์ที่โปร่งตา อ่านง่าย และดูชาญฉลาด คือความสวยงาม

20. ตระหนักถึงพลังอำนาจของเว็บอยู่เสมอ ให้การสนับสนุนแก่โครงการที่สำคัญต่อคุณในอนาคต

ที่มา : บล็อกของ Vital Friedman เรื่อง “20 Rules of Smart and Successful Web-Development” แปลโดยคุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์

Leave a Comment more...

ลักษณะการออกแบบเว็บไซต์ Web 2.0

by admin on ต.ค..31, 2010, under Web Design

ออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย
การออกแบบที่เรียบง่าย และใช้งานได้ง่ายนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะถ้าเว็บไซต์ออกแบบมาแล้วใช้งานได้ยากนั้น ผู้ใช้ก็จะมีประสบการณ์ไม่ดีต่อเว็บไซต์นั้น และอาจจะไม่เข้ามาใช้งานอีก การออกแบบที่ง่ายต่อการใช้งานนั้นามารถทำได้โดยการตัดส่วนประกอบที่ไม่จำ เป็นออกไป

Layout อยู่ตรงกลาง
สาเหตุที่เลือกให้ Layout อยู่ตรงกลาง เพราะเป็นรูปแบบการวาง layout ที่เรียบง่ายที่สุด ผู้ใช้มีประสบการณ์ในการใช้งานเว็บไซต์ที่วาง layout อยู่ตรงกลางอยู่แล้ว จึงง่ายที่จะเรียนรู้ และใช้งาน

มี Column ให้น้อยที่สุด
เมื่อก่อนการใช้งาน 3 หรือ 4 Column ถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติ แต่ในยุตเว็บ 2.0 นั้น 2 Colums ก็ถือว่ามากไปแล้ว สาเหตุที่ไม่ใช้ column มากเกินไปนั้น เพราะ ถ้าในหน้าเว็บมี column น้อยที่สุดจะมีทำให้หน้าเว็บนั้นดูแล้วไม่สับสน ดูสบายตา แต่ถ้าจะเลือกใช้งานมากกว่า 2 column ก็สามารถทำได้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่จะนำเสนอภายในหน้าเว็บเพจนั้น ถ้าดูแล้วข้อมูลไม่รก หรือสับสนจนเกินไปก็สามารถใช้งานได้

ภาพตัวอย่างของการจับ Column

แยกส่วนหัว (Header) ของเว็บออกมาให้ชัดเจน
ส่วนหัวของหน้าเว็บเพจถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง เพราะจะเป็นส่วนที่ทำให้ผู้ใช้งานทราบจุดเริ่มต้นของหน้าเพจนั้นๆ และจะช่วยให้ผู้ใช้ทราบด้วยว่ากำลังใช้งานเว็บไซต์ใดอยู่ (ถ้าไม่ได้เข้ามาจากเว็บไซต์นั้นโดยตรง) เพราะฉะนั้นการทำให้ส่วนหัวของเว็บไซต์เด่นชัดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอีก เรื่องหนึ่ง อาจจะทำได้โดยการใช้สีที่มีความแตกต่าง การใช้ภาพประกอบ หรือใส่ Logo ให้มีความแตกต่าง และน่าสนใจ

ภาพตัวอย่างของ Header

แบ่งพื้นที่การแสดงข้อมูลออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน
หน้าเว็บเพจส่วนใหญ่จะใช้สำหรับแสดงข้อมูลที่เป็นตัวอักษร ถ้าไม่มีการแบ่งข้อมูลที่เป็นตัวอักษรออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนแล้วนั้น การใช้งาน การดูข้อมูลของผู้ใช้งานอาจจะเกิดความสับสนได้

ภาพตัวอย่างของการแบ่งส่วนแสดงข้อมูล

ใช้ Navigation ที่ง่าย
Navigation เป็นส่วนที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ภายในเว็บไซต์ได้สะดวก บอกผู้ใช้ให้ทราบว่าตอนนี้อยู่ที่ส่วนใดของเว็บไซต์ และช่วยให้ผู้ใช้รู้ว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้างจากหน้าเพจนั้นๆ เพราะฉะนั้นการออกแบบจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกแบบมาให้สามารถใช้งาน ได้ง่าย และไม่ซับซ้อนเกินกว่าที่ตัวของผู้ใช้งานจะสามารถเรียนรู้การใช้งานได้ด้วย ตัวเอง

ภาพตัวอย่างของ Navigation

โลโก้ต้องชัดเจน
Logo ถือเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงตัวตนของเว็บไซต์นั้นๆ Logo ช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าตอนนี้อยู่ที่เว็บซต์อะไร และช่วยให้ผู้ใช้งานจดจำเว็บไซต์นั้นๆได้ การออกแบบLogo ที่ดีนั้นจะต้องเป็นการออกแบบที่สื่อถึงจุดมุ่งหมายของเว็บไซต์นั้น มีลักษณะที่เด่นชัด จดจำได้ และเมื่อพบเห็นแล้วให้ผู้ใช้งานเกิดความประทับใจ


ภาพตัวอย่างของ Logo

อักษรตัวใหญ่
Web 2.0 นั้นนิยมใช้ตัวอักษรที่มีลักษณะใหญ่ เพราะจะช่วยทำให้เว็บเพจน่าสนใจ และช่วยดึงดูดสายตาของผู้ใช้งานไปยังส่วนที่เราต้องการเน้นให้ผู้ใช้งานเข้า ไปใช้งานอีกด้วย

ภาพตัวอย่างของการใช้งานตัวอักษรที่ใหญ่

อักษรสำหรับ Introduction ต้องชัดเจน
อักษรที่ใช้สำหรับการแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำเว็บไซต์ แนะนำการใช้งานส่วนต่างๆ จำเป็นที่จะต้องมองเห็น และสามารถอ่านได้อย่างสะดวก โดยการทำให้อักษรชัดเจนนั้นเราสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้สีที่มีความแตกต่างจากส่วนอื่น การใช้ขนาดอักษรที่ใหญ่กว่าส่วนอื่น การใส่กรอ หรือการใช้ภาพมาประกอบเป็นต้น

ภาพตัวอย่างของการทำให้ Introduction ชัดเจน

ใช้สีที่ชัดเจน
สีถือเป็นอีกองคประกอบหนึ่งที่สำคัญในการออกแบบเว็บไซต์ เพราะสีสามารถสื่อถึงความเป็นตัวตนของเว็บไซต์ได้ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ก็น่าจะใช้สีเขียวเป็นหลักในการออกแบบ เว็บไซต์ของสวนส้ม ก็ควรจะใช้สีส้น เพื่อสื่อถึงเนื้อหาภายในเว็บไซต์นั้นๆ ในเว็บ 2.0 นั้น สีที่ใช้มักจะนิยมใช้สีที่สด สว่าง เช่นสีเขียว สีชมพู สีฟ้า เป็นต้น

ภาพตัวอย่างของการใช้สีที่เด่นชัด

พื้นผิว
พื้นผิวของเว็บ 2.0 นั้นส่วนใหญ่จะทำเป็นในลักษณะของภาพ 3 มิติ หรือเป็นพื้นผิวที่มีแสงเงา ดูเหมือนพื้นผิวที่เปียกอยู่ เพื่อเป็นการทำให้เว็บไซต์ส่วนงาม และเด่นชัดขึ้นมา การใช้งานพื้นผิวนั้นก็ไม่ควรจะใช้ในปริมาณที่มากเกินไปจนทำให้เว็บไซต์ดูรก ส่วนใหญ่ที่นิยมทำพื้นผิวนั้นก็เช่น ปุ่ม พื้นหลังของเว็บเพจ เป็นต้น


ภาพตัวอย่างพื้นผิวของหน้าเว็บเพจ

Gradients
เป็นการไล่สี ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งในการสร้างพื้นผิวของเว็บเพจให้มีความน่าสนใจ การใช้งานก็ไม่ควรใช้มากเกินไปจนทำให้เว็บเพจรก ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สำหรับการทำพื้นหลังของหน้าเว็บเพจ

ภาพตัวอย่างการใช้งาน Gradients ในหน้าเว็บเพจ

Reflections
เป็นเทคนิคที่ทำให้ภาพเหมือนเกิดเงาสะท้อนขึ้น ซึ่งก็เป็นเทคนิคอีกเทคนิคหึ่งในการสร้างพื้นผิวของหน้าเว็บเพจให้น่าสนใจ

ภาพตัวอย่างการใช้งาน Reflections ในหน้าเว็บเพจ

Icon
ในเว็บ 2.0 นั้นนิยมที่จะนำ Icon เข้ามาประกอบการตกแต่หน้าเว็บเพจ เพื่อให้เกิดความสวยงาม และน่าสนใจขึ้น โดยสามารถแบ่ง Icon ออกได้เป็น 3 แบบคือ
- Icon ที่ลักษณะธรรมดาทั่วๆไป Icon ลักษณะนี้เมื่อผู้ใช้เห็นก็จะทราบทันทีว่ามันคืออะไร และสื่อถึงอะไร


ภาพตัวอย่าง Icon ที่มีลักษณะทั่วๆไป

- Icon น่ารักๆ เป็น Icon ที่ใช้เพื่อสร้างความสวยงามให้กับหน้าเว็บเพจ แต่ไม่สื่อว่า Icon นั้นหมายถึงอะไร เพราะฉะนั้นการใช้งานจึงนิยมนำมาทำเป็น Icon ที่ว่าไว้หน้า link ที่เป็นตัวอักษรมากกว่าการใช้งานโดดๆ


ภาพตัวอย่าง Icon น่ารักๆ

- Icon ที่มีรายละเอียดในตัว โดยมากจะเป็น Icon ที่ใช้ประกอบเช่นเดียวกับ Icon น่ารักๆ การใช้งานจึงมีลักษณะเหมือนกัน แต่ตัวภาพ Icon จะมีรายละเอีดที่สูงกว่า


ภาพตัวอย่าง Icon ที่มีรายละเอียดในตัว

Star flashes
เป็นกราฟฟิกอีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมใช้เพื่อดึงดูดสายตา ของผู้ใช้งานให้มาสนใจในส่วนนั้นๆ

ที่มา : http://lms.thaicyberu.go.th/officialtcu/main/advcourse/presentstu/course/bm521/kurokung_2/kurokung-web2/00/00_2.html

Leave a Comment more...

Looking for something?

Use the form below to search the site:

Still not finding what you're looking for? Drop a comment on a post or contact us so we can take care of it!

Blogroll

A few highly recommended websites...