ออกแบบเว็บไซต์ เขียนโปรแกรม ทำเว็บไซต์

Archive for ตุลาคม, 2010

ลักษณะการออกแบบเว็บไซต์ Web 2.0

by admin on ต.ค..31, 2010, under Web Design

ออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย
การออกแบบที่เรียบง่าย และใช้งานได้ง่ายนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะถ้าเว็บไซต์ออกแบบมาแล้วใช้งานได้ยากนั้น ผู้ใช้ก็จะมีประสบการณ์ไม่ดีต่อเว็บไซต์นั้น และอาจจะไม่เข้ามาใช้งานอีก การออกแบบที่ง่ายต่อการใช้งานนั้นามารถทำได้โดยการตัดส่วนประกอบที่ไม่จำ เป็นออกไป

Layout อยู่ตรงกลาง
สาเหตุที่เลือกให้ Layout อยู่ตรงกลาง เพราะเป็นรูปแบบการวาง layout ที่เรียบง่ายที่สุด ผู้ใช้มีประสบการณ์ในการใช้งานเว็บไซต์ที่วาง layout อยู่ตรงกลางอยู่แล้ว จึงง่ายที่จะเรียนรู้ และใช้งาน

มี Column ให้น้อยที่สุด
เมื่อก่อนการใช้งาน 3 หรือ 4 Column ถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติ แต่ในยุตเว็บ 2.0 นั้น 2 Colums ก็ถือว่ามากไปแล้ว สาเหตุที่ไม่ใช้ column มากเกินไปนั้น เพราะ ถ้าในหน้าเว็บมี column น้อยที่สุดจะมีทำให้หน้าเว็บนั้นดูแล้วไม่สับสน ดูสบายตา แต่ถ้าจะเลือกใช้งานมากกว่า 2 column ก็สามารถทำได้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่จะนำเสนอภายในหน้าเว็บเพจนั้น ถ้าดูแล้วข้อมูลไม่รก หรือสับสนจนเกินไปก็สามารถใช้งานได้

ภาพตัวอย่างของการจับ Column

แยกส่วนหัว (Header) ของเว็บออกมาให้ชัดเจน
ส่วนหัวของหน้าเว็บเพจถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง เพราะจะเป็นส่วนที่ทำให้ผู้ใช้งานทราบจุดเริ่มต้นของหน้าเพจนั้นๆ และจะช่วยให้ผู้ใช้ทราบด้วยว่ากำลังใช้งานเว็บไซต์ใดอยู่ (ถ้าไม่ได้เข้ามาจากเว็บไซต์นั้นโดยตรง) เพราะฉะนั้นการทำให้ส่วนหัวของเว็บไซต์เด่นชัดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอีก เรื่องหนึ่ง อาจจะทำได้โดยการใช้สีที่มีความแตกต่าง การใช้ภาพประกอบ หรือใส่ Logo ให้มีความแตกต่าง และน่าสนใจ

ภาพตัวอย่างของ Header

แบ่งพื้นที่การแสดงข้อมูลออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน
หน้าเว็บเพจส่วนใหญ่จะใช้สำหรับแสดงข้อมูลที่เป็นตัวอักษร ถ้าไม่มีการแบ่งข้อมูลที่เป็นตัวอักษรออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนแล้วนั้น การใช้งาน การดูข้อมูลของผู้ใช้งานอาจจะเกิดความสับสนได้

ภาพตัวอย่างของการแบ่งส่วนแสดงข้อมูล

ใช้ Navigation ที่ง่าย
Navigation เป็นส่วนที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ภายในเว็บไซต์ได้สะดวก บอกผู้ใช้ให้ทราบว่าตอนนี้อยู่ที่ส่วนใดของเว็บไซต์ และช่วยให้ผู้ใช้รู้ว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้างจากหน้าเพจนั้นๆ เพราะฉะนั้นการออกแบบจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกแบบมาให้สามารถใช้งาน ได้ง่าย และไม่ซับซ้อนเกินกว่าที่ตัวของผู้ใช้งานจะสามารถเรียนรู้การใช้งานได้ด้วย ตัวเอง

ภาพตัวอย่างของ Navigation

โลโก้ต้องชัดเจน
Logo ถือเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงตัวตนของเว็บไซต์นั้นๆ Logo ช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าตอนนี้อยู่ที่เว็บซต์อะไร และช่วยให้ผู้ใช้งานจดจำเว็บไซต์นั้นๆได้ การออกแบบLogo ที่ดีนั้นจะต้องเป็นการออกแบบที่สื่อถึงจุดมุ่งหมายของเว็บไซต์นั้น มีลักษณะที่เด่นชัด จดจำได้ และเมื่อพบเห็นแล้วให้ผู้ใช้งานเกิดความประทับใจ


ภาพตัวอย่างของ Logo

อักษรตัวใหญ่
Web 2.0 นั้นนิยมใช้ตัวอักษรที่มีลักษณะใหญ่ เพราะจะช่วยทำให้เว็บเพจน่าสนใจ และช่วยดึงดูดสายตาของผู้ใช้งานไปยังส่วนที่เราต้องการเน้นให้ผู้ใช้งานเข้า ไปใช้งานอีกด้วย

ภาพตัวอย่างของการใช้งานตัวอักษรที่ใหญ่

อักษรสำหรับ Introduction ต้องชัดเจน
อักษรที่ใช้สำหรับการแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำเว็บไซต์ แนะนำการใช้งานส่วนต่างๆ จำเป็นที่จะต้องมองเห็น และสามารถอ่านได้อย่างสะดวก โดยการทำให้อักษรชัดเจนนั้นเราสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้สีที่มีความแตกต่างจากส่วนอื่น การใช้ขนาดอักษรที่ใหญ่กว่าส่วนอื่น การใส่กรอ หรือการใช้ภาพมาประกอบเป็นต้น

ภาพตัวอย่างของการทำให้ Introduction ชัดเจน

ใช้สีที่ชัดเจน
สีถือเป็นอีกองคประกอบหนึ่งที่สำคัญในการออกแบบเว็บไซต์ เพราะสีสามารถสื่อถึงความเป็นตัวตนของเว็บไซต์ได้ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ก็น่าจะใช้สีเขียวเป็นหลักในการออกแบบ เว็บไซต์ของสวนส้ม ก็ควรจะใช้สีส้น เพื่อสื่อถึงเนื้อหาภายในเว็บไซต์นั้นๆ ในเว็บ 2.0 นั้น สีที่ใช้มักจะนิยมใช้สีที่สด สว่าง เช่นสีเขียว สีชมพู สีฟ้า เป็นต้น

ภาพตัวอย่างของการใช้สีที่เด่นชัด

พื้นผิว
พื้นผิวของเว็บ 2.0 นั้นส่วนใหญ่จะทำเป็นในลักษณะของภาพ 3 มิติ หรือเป็นพื้นผิวที่มีแสงเงา ดูเหมือนพื้นผิวที่เปียกอยู่ เพื่อเป็นการทำให้เว็บไซต์ส่วนงาม และเด่นชัดขึ้นมา การใช้งานพื้นผิวนั้นก็ไม่ควรจะใช้ในปริมาณที่มากเกินไปจนทำให้เว็บไซต์ดูรก ส่วนใหญ่ที่นิยมทำพื้นผิวนั้นก็เช่น ปุ่ม พื้นหลังของเว็บเพจ เป็นต้น


ภาพตัวอย่างพื้นผิวของหน้าเว็บเพจ

Gradients
เป็นการไล่สี ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งในการสร้างพื้นผิวของเว็บเพจให้มีความน่าสนใจ การใช้งานก็ไม่ควรใช้มากเกินไปจนทำให้เว็บเพจรก ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สำหรับการทำพื้นหลังของหน้าเว็บเพจ

ภาพตัวอย่างการใช้งาน Gradients ในหน้าเว็บเพจ

Reflections
เป็นเทคนิคที่ทำให้ภาพเหมือนเกิดเงาสะท้อนขึ้น ซึ่งก็เป็นเทคนิคอีกเทคนิคหึ่งในการสร้างพื้นผิวของหน้าเว็บเพจให้น่าสนใจ

ภาพตัวอย่างการใช้งาน Reflections ในหน้าเว็บเพจ

Icon
ในเว็บ 2.0 นั้นนิยมที่จะนำ Icon เข้ามาประกอบการตกแต่หน้าเว็บเพจ เพื่อให้เกิดความสวยงาม และน่าสนใจขึ้น โดยสามารถแบ่ง Icon ออกได้เป็น 3 แบบคือ
- Icon ที่ลักษณะธรรมดาทั่วๆไป Icon ลักษณะนี้เมื่อผู้ใช้เห็นก็จะทราบทันทีว่ามันคืออะไร และสื่อถึงอะไร


ภาพตัวอย่าง Icon ที่มีลักษณะทั่วๆไป

- Icon น่ารักๆ เป็น Icon ที่ใช้เพื่อสร้างความสวยงามให้กับหน้าเว็บเพจ แต่ไม่สื่อว่า Icon นั้นหมายถึงอะไร เพราะฉะนั้นการใช้งานจึงนิยมนำมาทำเป็น Icon ที่ว่าไว้หน้า link ที่เป็นตัวอักษรมากกว่าการใช้งานโดดๆ


ภาพตัวอย่าง Icon น่ารักๆ

- Icon ที่มีรายละเอียดในตัว โดยมากจะเป็น Icon ที่ใช้ประกอบเช่นเดียวกับ Icon น่ารักๆ การใช้งานจึงมีลักษณะเหมือนกัน แต่ตัวภาพ Icon จะมีรายละเอีดที่สูงกว่า


ภาพตัวอย่าง Icon ที่มีรายละเอียดในตัว

Star flashes
เป็นกราฟฟิกอีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมใช้เพื่อดึงดูดสายตา ของผู้ใช้งานให้มาสนใจในส่วนนั้นๆ

ที่มา : http://lms.thaicyberu.go.th/officialtcu/main/advcourse/presentstu/course/bm521/kurokung_2/kurokung-web2/00/00_2.html

Leave a Comment more...

แก้ปัญหา Google Chrome ตัวอักษรภาษาไทยตัวเล็กเกินไป

by admin on ต.ค..27, 2010, under Tip and Trick

ใครติดตั้ง Google Chrome ครั้งแรกก็ต้องเซ็งไปตามๆ กันเมื่อเปิดเว็บที่เป็นภาษาไทยบางเว็บแล้วตัวอักษรภาษาไทยเล็กมากผิดปกติต้องกด Ctrl+ เพิ่มตัวอักษร แต่วิธีนี้ก็ไม่ได้แก้ปัญหายั่งยืนครับมันมีผลกระทบกับเว็บอื่นที่เราเข้าไปจากที่ปกติก็จะกลายเป้นตัวอักษรใหญ่เกิดไปยุ่งกันไปหมด

มีวิธีง่ายๆในการจัดการปัญหานี้ครับ

1.อันดับแรกเลยเปิด Google Chrome แล้วไปที่ไอคอนเครื่องมือตามรูปข้างล่าง



2.ไปที่แทบ “ขั้นสูง” แล้วเลือกตามรูปข้างล่าง

3.ตั้งค่าต่างๆ ตามรูปข้างล่าง

เท่านี้ท่านก็สามารถใช้งาน Google Chrome ได้อย่างเพลิดเพลินแล้วครับ

เรื่องโดย เชพมือหนึ่ง

Leave a Comment more...

Web 2.0 คืออะไร?

by admin on ต.ค..24, 2010, under ไม่มีหมวดหมู่

Web 2.0 คิดว่าหลายๆคนคงเคยได้เห็น Web 2.0 บน Internet กันมาสักพักนึงแล้ว บางคนคงส่งสัยว่ามันคืออะไร หลายๆคนคิดว่าคงเป็นมาตรฐานใหม่  Web 2.0 เป็นคำที่ถูกคิดขึ้นมาอธิบายถึงลักษณะของเทคโนโลยีเวิลด์ไวด์เว็บ และการออกแบบเว็บไซต์ในปัจจุบัน ที่มีลักษณะส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันข้อมูล การพัฒนาในด้านแนวความคิดและการออกแบบ รวมถึงการร่วมสร้างข้อมูลในโลกของอินเทอร์เน็ต แนวคิดเหล่านี้นำไปสู่การพัฒนาและการปฏิวัติรูปแบบเทคโนโลยีที่นำไปสู่เว็บเซอร์วิสหลายอย่าง เช่น บล็อก เครือข่ายสังคมออนไลน์ วิกิ ลักษณะที่เด่นชัดของ Web 2.0 นั้น จะเห็นได้ว่ามีการพัฒนาและการโต้ตอบระหว่างผู้ให้บริการ และผู้ใช้งาน แทนที่จากระบบเว็บแบบเก่า ที่เป็นลักษณะของการให้บริการอ่านอย่างเดียว โดยรวมไปถึงการรวดเร็ว และการง่ายดายของการส่งข้อมูล แทนที่แบบเก่าที่ต้องจัดการผ่านเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งบล็อกและเว็บที่ให้บริการอัปโหลดภาพถูกนำมาใช้เป็นตัวอย่างของ Web 2.0 ที่ให้เห็นได้ทั่วไป ที่มีการให้บริการแสดงความคิดเห็น รวมถึงการใช้งานที่ง่าย โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในด้านเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์แต่อย่างใด เห็นได้ว่าลักษณะของ Web 2.0 นั้นก่อให้เกิดการสร้างเนื้อหา ที่รวดเร็ว และมีการแบ่งปันข้อมูลที่ง่ายขึ้น โดยลักษณะของเว็บเปลี่ยนจากทางเน้นหนักทางด้านเทคนิค ไปในด้านข้อมูลข่าวสารแทนที่ และก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านธุรกิจต่อมา

คุณลักษณะของเว็บ 2.0

  1. หลังจากที่ดอตคอมในยุคนั้นได้ล่มสลายลงไป แนวคิดของการสร้างสรรค์ธุรกิจเว็บไซต์ และการออกแบบต่าง ๆ ได้มีพัฒนาการที่สำคัญเพิ่มขึ้นเช่น เรื่องความน่าสนใจของแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ รวมถึงวิธีการดำเนินธุรกิจออนไลน์ด้วยแนวทางใหม่ๆ จึงได้กำหนดคุณลักษณะของเว็บ 2.0 ดังนี้
  2. ลักษณะเนื้อหามีการแบ่งส่วนบนหน้าเพจเปลี่ยนจากข้อมูลก้อนใหญ่มาเป็นก้อนเล็ก
  3. ผู้ใช้สามารถเข้ามาจัดการเนื้อหาบนหน้าเว็บได้และสามารถแบ่งปันเนื้อหาที่ผ่านการจัดการให้กับกลุ่มคนในโลกออนไลน์ได้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งของสังคมออนไลน์สังคมออนไลน์เกิดความเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น เกิดกิจกรรมบนนั้นมากขึ้น
  4. เนื้อหาจะมีการจัดเรียง จัดกลุ่มมากขึ้นไปกว่าเดิม
  5. เกิดโมเดลทางธุรกิจที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และทำให้ธุรกิจเว็บไซต์กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล
  6. การบริการ คือ เว็บที่มีลักษณะเด่นในการให้บริการหลาย ๆ เว็บไซต์ที่มีแนวทางเดียวกัน

 By *SleepMode

Leave a Comment more...

การใช้สีบนหน้าเว็บ

by admin on ต.ค..24, 2010, under Web Design

การสร้างสีสันบนหน้าเว็บเป็นสิ่งที่สื่อความหมายของเว็บไซต์ได้อย่างชัดเจน การเลือกใช้สีให้เหมาะสม กลมกลืน ไม่เพียงแต่จะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้ แต่ยังสามารถทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเว็บไซต์ได้ สีเป็นองค์ประกอบหลักสำหรับการตกแต่งเว็บ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สี

ระบบสีที่แสดงบนจอคอมพิวเตอร์ มีระบบการแสดงผลผ่านหลอดลำแสงที่เรียกว่า CRT (Cathode ray tube) โดยมีลักษณะระบบสีแบบบวก อาศัยการผสมของของแสงสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน หรือระบบสี RGB สามารถกำหนดค่าสีจาก 0 ถึง 255 ได้ จากการรวมสีของแม่สีหลักจะทำให้เกิดแสงสีขาว มีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ บนหน้าจอไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ จะมองเห็นเป็นสีที่ถูกผสมเป็นเนื้อสีเดียวกันแล้ว จุดแต่ละจุดหรือพิกเซล (Pixel) เป็นส่วนประกอบของภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยจำนวนบิตที่ใช้ในการกำหนดความสามารถของการแสดงสีต่าง ๆ เพื่อสร้างภาพบนจอนั้นเรียกว่า บิตเด็ป (Bit-depth) ในภาษา HTML มีการกำหนดสีด้วยระบบเลขฐานสิบหก ซึ่งมีเครื่องหมาย (#) อยู่ด้านหน้าและตามด้วยเลขฐานสิบหกจำนวนอักษรอีก 6 หลัก โดยแต่ละไบต์ (byte) จะมีตัวอักษรสองตัว แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม เช่น #FF12AC การใช้ตัวอักษรแต่ละไบต์นี้เพื่อกำหนดระดับความเข้มของแม่สีแต่ละสีของชุดสี RGB โดย 2 หลักแรก แสดงถึงความเข้มของสีแดง 2 หลักต่อมา แสดงถึงความเข้มของสีเขียว 2 หลักสุดท้ายแสดงถึงความเข้มของสีน้ำเงิน


สีมีอิทธิพลในเรื่องของอารมณ์การสื่อความหมายที่เด่นชัด กระตุ้นการรับรู้ทางด้านจิตใจมนุษย์ สีแต่ละสีให้ความรู้สึก อารมณ์ที่ไม่เหมือนกัน สีบางสีให้ความรู้สึกสงบ บางสีให้ความรู้สึกตื่นเต้นรุนแรง สีจึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการออกแบบเว็บไซต์ ดังนั้นการเลือกใช้โทนสีภายในเว็บไซต์เป็นการแสดงถึงความแตกต่างของสีที่แสดงออกทางอารมณ์ มีชีวิตชีวาหรือเศร้าโศก รูปแบบของสีที่สายตาของมนุษย์มองเห็น


สิ่งที่สำคัญต่อผู้ออกแบบเว็บคือการเลือกใช้สีสำหรับเว็บ นอกจากจะมีผลต่อการแสดงออกของเว็บแล้วยังเป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อผู้ใช้บริการ ดังนั้นจะเห็นว่าสีแต่ละสีสามารถสื่อความหมายของเว็บได้อย่างชัดเจน ความแตกต่าง ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลให้เว็บมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ชุดสีแต่ละชุดมีความสำคัญต่อเว็บ ถ้าเลือกใช้สีไม่ตรงกับวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายอาจจะทำให้เว็บไม่น่าสนใจ ผู้ใช้บริการจะไม่กลับมาใช้บริการอีกภายหลัง ฉะนั้นการใช้สีอย่างเหมาะสมเพื่อสื่อความหมายของเว็บต้องเลือกใช้สีที่มีความกลมกลืนกัน




Leave a Comment more...

บทความการออกแบบเว็บมืออาชีพ

by admin on ต.ค..11, 2010, under Web Design

รู้จักกับการออกแบบเว็บไซท์ Introduction to Web Design

เป็น ที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า อินเตอร์เน็ตเป็นระบบการสื่อสารที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แม้กระทั่งประเทศไทยในปัจจุบันมีการใช้อินเตอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลายในหน่วย งานราชการ และหน่วยงานธุรกิจต่าง ๆ โดยได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา นิยมใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายหน่วยงานจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงเห็นเว็บไซต์ต่างๆ ในทุกวงการเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่มีคุณภาพและไม่มีคุณภาพ ตามความรู้ความสามารถของผู้ออกแบบ การที่จะสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาสักแห่งหนึ่งนั้นจะต้องมีเป้าหมายที่แน่นอนไม่ ใช่เพราะคนอื่นเค้ามีกันเลยอยากมีเว็บกับเค้าบ้าง หรือจำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยไม่มีเป้าหมายที่ ชัดเจน ซึ่งทำให้เว็บไซต์นั้นไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับผู้ใช้และไม่มีใครเข้ามาใช้ บริการ ถ้าคุณสร้างเว็บขึ้นมาแล้วไม่สนใจคอยดูแลปรับปรุงให้ขึ้นอยู่เสมอ เว็บคุณก็จะหมดคุณค่าได้เหมือนกัน แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญในการออกแบบไปจนถึงรายละเอียดต่าง ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จได้

ความสำคัญของการออกแบบเว็บไซต์ ปัจจุบัน นี้มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมากมายผู้ใช้จึงมีทางเลือกมากขึ้นที่จะเข้าไปยังเว็บ ไซต์ต่าง ๆ ที่ให้บริการและจะไม่ทนอยู่กับเว็บที่สับสน จากประสบการณ์ท่องเว็บที่ผ่านมาของคุณความรู้สึกได้รับจากเว็บที่มีความสวย งามและเว็บที่มีข้อมูลอยู่อย่างมากมายดูสับสนวุ่นวายและเสียเวลานานในการ เข้าดูคุณต้องการที่จะมีเว็บของคุณในลักษณะใด การ ออกแบบเว็บไซท์มีส่วนสำคัญในการสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้บริการ และทำให้อยากกลับเข้ามาใช้อีกในอนาคต หรือดึงดูดผู้ใช้ให้อยู่กับเว็บตลอดไปการออกแบบเว็บไซท์นั้นไม่ได้หมายถึง ลักษณะหน้าตาของเว็บไซท์เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้อง

- การกำหนดเป้าหมายของเว็บไซต์ – ระบุกลุ่มผู้ใช้

- การจัดระบบข้อมูล – การสร้างระบบวิเกชั่น

- การออกแบบหน้าเว็บ – การใช้กราฟิก

- การเลือกใช้สี และการจัดรูปแบบตัวอักษร – ชนิดและรุ่นของบราวเซอร์

- การคำนึงถึงความแตกต่างของสื่อกลางในการแสดงผลเว็บไซท์ด้วย

- ขนาดของหน้าจอมอมิเตอร์ และความละเอียดของสีในระบบ Plug – in ชนิดต่างๆ

เว็บไซท์ ที่ดูสวยงามหรือมีลูกเล่นมากมายนั้น อาจจะไม่นับเป็นการออกแบบที่ดีก็ได้ ถ้าความสวยงามหรือลูกเล่นเหล่านั้นไม่เหมาะสมกับลักษณะของเว็บไซท์ การ ออกแบบของแต่ละเว็บไซท์นั้นแตกต่างกันไป ตามเป้าหมายและลักษณะของเว็บไซท์นั้น เว็บไซท์บางแห่งอาจต้องการความสนุกสนาน บันเทิง ขณะที่เว็บอื่นกลับต้องการความถูกต้อง น่าเชื่อถือเป็นหลัก

แนวทางในการการออกแบบเพื่อความสำเร็จของเว็บไซต์

ความ สำเร็จของเว็บไซต์ไม่ได้เกิดจากการที่มีผู้ใช้หน้าใหม่เข้ามาในเว็บจำนวนมาก แต่ถ้าเขาเข้ามาแล้วไม่ย้อนกับมาอีกเลย แม้คุณจะมีการประชาสัมพันธ์ที่ดีเพียงใด แต่ถ้าเว็บเป็นมีผู้ใช้บริการเป็นกลุ่มคนที่มาใช้บริการประจำอย่างต่อเนื่อง น่าจะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็น ว่าเว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จมากกว่า พื้นฐานในการออกแบบเว็บไซต์ที่ดี ต้องคำนึงความต้องการที่ผู้ใช้ทุกคนต้องการจากเว็บไซต์

- มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ตรงกับที่ผู้ใช้ต้องการ

- มีการปรับปรุงเนื้อหา และพัฒนาเว็บไซต์อยู่เสมอ

- ใช้เวลาในการดาวน์โหลดน้อย แสดงผลเร็ว

- การใช้งานที่สะดวก เข้าใจง่าย

สำหรับ ความถี่ในการอัพเดทหรือปรับปรุงเว็บไซต์นั้นจะแตกต่างกันตามแต่ประเภทของ เว็บไซต์ที่เราต้องการจะสร้างขึ้นมา ถ้าเป็นเว็บไซต์ของหนังสื่อพิมพ์รายวันหรือ ข้อมูลประชาสัมพันธ์แบบเร่งด่วน แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์โครงสร้างหน่วยงานต่าง ๆ เว็บไซต์ส่วนตัว ผู้ออกแบบจะดำเนินการอัพเดทตามความจำเป็นในการนำเสนอข้อมูลแต่ถ้าท่านต้อง การให้เว็บไซต์ของท่านเป็นที่น่าสนใจท่านจะต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนใน การนำเสนอข้อมูล และมีการค้นหาข้อมูลที่น่าสนใจมานำเสนออยู่อย่าง

สม่ำเสมอ

ค้นหาเป้าหมายในการสร้างเว็บไซต์

• สร้างเว็บทำไม และเพื่ออะไร

• สร้างเว็บไซต์ให้ใคร และใครคือกลุ่มเป้าหมาย

• หาจุดเด่นและจุดด้อยของเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียง

• กำหนดจุดเด่นและจุดด้อยของเว็บตัวเอง

การออกแบบเว็บไซต์ให้ดูดีได้อย่างไร

1 สีสัน (Color) จะ ทำให้ผู้ชมเว็บรับรู้อารมณ์ของเว็บ และเรื่องราวที่นำเสนอได้ ควรเลือกสีให้เหมาะสมกับเนื้อหา แต่ละสีให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน เช่น

– สีฟ้า สีเหลือง ให้ความรู้สึกสดใส และอบอุ่น

– สีแดงให้ความรู้สึกสนุกสนาน ร้อนแรง

– สีน้ำเงิน มั่งคง เข้มแข็ง

2. มีความเป็นเอกลักษณ์ จะทำให้ผู้ชมเว็บไซต์จดจำเว็บได้ง่ายขึ้น โดยอาจใช้โทนสี รูปประกอบ Theme ที่คล้ายๆ กันทุกหน้า

3. ผู้ชมเว็บไซต์ต้องสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่เราตั้งใจนำเสนอ หรือสามารถใช้งานเว็บ ค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างสะดวกและรวดเร็วตรงตามความต้องการ

4. แสดงผลได้อย่างรวดเร็วระยะเวลาในการแสดงผลต้องไม่นานจนเกินไป ไม่ทำให้ผู้เข้าชมเว็บรอเลือกใช้ภาพกราฟิกและภาพ Animation ได้อย่างเหมาะสม

โปรแกรมหลักที่ใช้ในการสร้างเว็บ

Program ออกแบบเว็บ และเขียน Code

- Macromedia Dreamweaver 8 – Edit Plus / Notepad

• Graphic Design Adobe Photoshop CS – ภาษา Script PHP

• Web Server Appserp / IIS – FTP (Upload) Cute FTP

ดัง นั้นถ้าท่านต้องการที่จะออกแบบเว็บไซต์ให้ได้รับความนิยมในระบบอินเตอร์เน็ต มีความน่าสนใจและมีผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมอยู่เสมอ จะต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายที่จะนำเสนอข้อมูลในเว็บไซต์เป็นอย่างไรด้วย เช่น เป็นเว็บแนะนำการศึกษา สถานที่สำคัญ ประเพณี และ เมื่อจัดทำเว็บไซต์เรียบร้อยจะต้องมีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ให้คนอื่น รู้จัก การนำเสนอข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายจะต้องมีการศึกษาให้ดีเสียก่อน เพราะหากว่าเราสารถที่จัดทำเว็บไซต์ของเราให้เป็นที่รู้จัก ก็จะเป็นเว็บที่มีคุณภาพเว็บหนึ่ง การออกแบบเว็บไซต์ก็ควรที่จะต้องศึกษาถึงขั้นตอนและหลักการออกแบบเว็บไซท์ ที่ดีเสียก่อน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการออกแบบขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนไม่พอใจแล้ว คุณยังต้องกลับมาแก้ไขเว็บเหล่านั้นใหม่อีก และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อผู้ใช้มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อเว็บไซต์ในครั้งแรกแล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะย้อนกลับมาอีกครั้งในภายหลังแม้ว่าเว็บไซต์คุณจะ ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้วก็ตาม ดังนั้นทางที่ดีคุณควรจะออกแบบเว็บไซต์ให้ดีตั้งแต่ครั้งแรกเพื่อจะได้สร้าง ความประทับใจให้กับผู้ใช้ตั้งแต่ต้น

Leave a Comment more...

20 ขั้นตอนของการออกแบบเวบเพจที่ดี

by admin on ต.ค..04, 2010, under Web Design

ปัจจุบันมีเว็บหลายเว็บทั้งน้อยใหญ่เกิดขึ้นมามาก แต่ในจำนวนเหล่านั้นจะมีกี่เว็บที่น่าสนใจ และได้รับความนิยม อาจจะเป็นเพราะความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึง ถ้าคุณได้อ่านคอลัมน์ในหน้านี้ อาจจะพอช่วยให้คุณดูแลเว็บได้ดีขึ้น

1. ก่อนที่จะทำเว็บ คุณควรคิด Concept ของเว็บซะก่อน แนะนำว่าให้ทำเว็บที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่คุณชอบหรือถนัด และต้องมั่นใจว่าดูแลเว็บได้ตลอด  ที่สำคัญควรวางแผนและทำงานให้เป็นระบบ อย่าทำงานโดยไร้จุดหมาย เทียบได้กับเมื่อเราเดิน เรารู้ว่าจะไปไหน ย่อมจะถึงว่าคนที่เดินโดยไม่รู้จุดหมาย
2. อย่าท้อเมื่อผลลัพธ์ที่ได้ไม่เหมือนกับจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ ใช้ไหวพริบในการแก้ไขปัญหานั้น ๆ ไม่มีเว็บไหนที่สำเร็จโดยราบรื่น คิดซะว่าเมื่อเราเจอ 1 ปัญหาในครั้งนี้ เหมือนกับเรากำจัด 1 ปัญหาในครั้งต่อไป
3.มีการปรับปรุงและอัพเดตเว็บอยู่เสมอ คงไม่มีใครอยากเข้าบ้านที่ไม่ได้ทำความสะอาดมาเป็นเดือน ๆ ใช่มั้ยครับ คุณควรที่จะปรับปรุงอัพเดตข้อมูลในเว็บอยู่เสมอ ๆ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามารู้ว่าคุณยังดูแลเว็บอยู่
4. คุณควรที่จะรู้กลุ่มเป้าหมายของเว็บของคุณว่าเป็นกลุ่มไหน และทำเว็บให้มีเนื้อหาเหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ เพื่อจะเจาะกลุ่มเป้าหมายนั้นอย่างแท้จริง เช่น ถ้าคุณทำเว็บสดใสวัยรุ่นก็ควรจะมีเนื้อหาพวกเกี่ยวกับ ความรัก, ทำนาย, ภาพยนตร์ ฯลฯ
5. พยายามเน้น Feature (หรือจุดขาย) ของเว็บให้ชัดเจน เช่นผมสร้างเว็บมาเว็บนึง เป็นเว็บรวมสติ๊กเกอร์กว่า 100,000 รูป ซึ่งเป็นจุดที่เด่นที่สุด ก็ควรจะเน้นจุดนี้ให้เด่นกว่าส่วนอื่น ๆ
6. ความเหมาะสมของเนื้อหากับประเภทของเว็บและ Concept ต้องผสมกันได้อย่างดี อย่างเว็บสดใสวัยรุ่นควรจะเป็นสีสดใสเว็บสำหรับกวีกลอนควรจะออกไปทางเรียบง่ายและสงบ ๆ เว็บธุรกิจควรเป็นทางการ คงไม่ดีแน่ถ้าคุณนำรูปชินจังโชว์ช้างน้อยไป ใส่ในเว็บธุรกิจของคุณ
7. พยายามเอาใจและตามกระแสกลุ่มเป้าหมายของคุณ โดยเฉพาะเว็บวัยรุ่น พยายามตามกระแสให้ทัน อันไหนฮิตก็พยายามจับมาใส่ในเว็บ และเมื่อสิ่งที่พวกเขาสนใจมีอยู่ในเว็บคุณแล้ว จะพลาดได้ไง
8. ความเร็วในการโหลดเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างเว็บ ไม่มีใครอยากที่จะนั่งรอโหลดเว็บที่มีขนาดใหญ่ เมื่อพวกเขารอไม่ไหวก็จะไปจากเว็บคุณทันที
9. ควรจัดเว็บให้เป็นระบบ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาได้ค้นหาในเข้าถึงที่ที่เขาอยากไปโดยทันที อย่าทำเว็บให้เหมือนเขาวงกตที่ไม่มีทางออกหรือซับซ้อนเกินไป หรือถ้ามีเนื้อหาเยอะก็ควรทำ Site Map จะช่วยได้ดีมาก หรือถ้าเว็บมีข้อมูลเยอะก็ควรติด Search Engine ภายในเว็บด้วย
10. พยายามผสมผสานระหว่างกราฟฟิคและ Text ให้ลงตัวที่สุด อย่าเน้นกราฟฟิคจนทำให้เว็บโหลดช้าและอย่าเน้น Text จนทำให้ผู้เยี่ยมชมตาลาย
11. ผู้ทำเว็บควรรู้จักและใช้ Graphic .Gif กับ .Jpg ให้เป็น รูปที่มีสีน้อย ๆ ควรใช้ .Gif ส่วนรูปที่ใช้สีเยอะ ๆ เช่นรูปถ่ายควรใช้แบบ .Jpg
12.การใช้ Font ที่ขนาดต่าง ๆ กันไป สามารถสื่อความหมายได้ ควรใช้ Font ขนาดใหญ่กับตัวที่เราอยากให้ผู้ชมสนใจและเรียงลำดับความสำคัญรอง ๆ ลงมา หลีกเลี่ยงการใช้ Font ขนาดเดียวกันทั้งเว็บเพราะจะทำให้เว็บดูน่าเบื่อและไม่รู้จุดสนใจหรืออาจจะใช้ ตัวหนา ตัวเอียง หรือขีดเส้นใต้ก็ได้
13. หลายเว็บอาจจะทำเว็บทำนองเดียวกับคุณ พยายามทำให้แตกต่าง และ Upgrade เว็บคุณให้ดีกว่า
14. การ Design ใช่ว่าจะไม่สำคัญ เมื่อผู้ชมเข้ามา เค้าควรที่จะได้ First Look ที่ดี นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำกราฟฟิคแบบสุดยอด ถึงกับลงทุนจ้างกราฟฟิคมือโปร เพียงแค่เป็นการ Design ที่ดี ใช้สีที่เข้ากันได้
15.ถ้าเว็บคุณไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อแสดงเทคนิคการเขียนเว็บที่ล้ำหน้าเกินเว็บคนอื่น ๆ พยายามอย่าใช้เทคนิคที่ล้ำหน้าจนผู้เยี่ยมชมตามไม่ทัน ถ้าคุณต้องใช้เทคนิคที่ล้ำหน้า ควรเขียนเว็บทั้ง 2 Version เพื่อให้ผู้ที่รองรับได้และไม่ได้สามารถเข้าชมได้
16. ทดลองทดสอบการโหลดเว็บ โดย Upload เว็บไปที่ Server เพื่อจะได้รู้ความเร็วจริง ๆ เพราะถ้าคุณโหลดใน HardDisk ไฟล์จะอยู่ Harddisk ลองทดสอบกับ Server จริง ๆ และอย่าลืม ถ้าคุณต้องทดสอบเป็นครั้งที่ 2 และต่อ ๆ ไป ควรจะ Clear Cahe ก่อน
17. พยายามทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถติดต่อและติชมเว็บเราได้ โดยการใส่ E-mail ใส่เบอร์ ICQ หรืออื่น ๆ ถ้าผู้เยี่ยมชมมี
ข้อเสนอแนะอะไรก็จะมาบอกเราได้ เพื่อการพัฒนาเว็บต่อ ๆ ไป
18. แลกลิงค์กับเว็บอื่น ๆ เพื่อเป็นการโปรโมตและประชาสัมพันธ์ เพราะไม่มีทางที่อยู่ดี ๆ จะมีใครมารู้จักเว็บคุณโดยไม่แนะนำและถ้าคุณต้องโปรโมต กรุณาใช้ วิธีที่ขาวสะอาดในการโปรโมต เช่นอาจจะไปประกาศใน Webboard (แต่อย่าประกาศบ่อย) อย่าใช้วิธี Spam เพราะมันจะทำลาย First Look ของเว็บคุณ
19. อย่าได้แม้แต่คิดที่จะหลอกใช้ผู้ชมเป็นเครื่องมือหาเงิน บางเว็บได้ใช้วิธีโกง Banner กับผู้เยี่ยมชม อย่าคิดว่าคุณจะเป็นผู้ฉลาดเพียงฝ่ายเดียว จับกันได้ง่ายมาก ไม่เพียงแต่ Rating ตก และเว็บคุณจะโดนประณาม ถ้าอยากถ้าเงินจาก Banner ควรใช้วิธีขาวสะอาด แค่ติดไว้ ใส่คำเชิญชวนเล็กน้อย ก็พอแล้วครับ
20. อย่า Copy เว็บคนอื่นมา คนที่ได้แต่ Copy ของเว็บชาวบ้านเค้า แล้วมารวมใส่เว็บตัวเอง คนที่ Copy อย่างเดียว ไม่มีทางได้รู้ว่ากว่าจะมาเป็น 1 งาน กว่าจะมาเป็น 1 เว็บเพจ มันไม่ใช่ง่าย ๆ บางคนต้องแลกด้วยสมอง แลกด้วยเวลา อย่าดูถูกฝีมือตัวเองว่าทำแบบเค้าไม่ได้ เลย Copy มาเลย ให้เกียรติ์ตัวเอง คิดเอง ทำเอง แล้วคุณจะภูมิใจ
ทั้ง 20 ข้อนี้ ไม่ใช่ สูตรสำเร็จในการทำเว็บให้ดัง ให้ดี นำไปใช้ นำไปประยุกต์ 20 ข้อนี้ผมเชื่อว่าช่วยคุณได้แน่ ถ้านำใช้
และฝากกำลังใจให้กับคนทำเว็บ ให้สร้างสรรค์เว็บดี ๆ ให้กับประเทศไทย
ขอบคุณข้อมูลดีๆมีประโยชน์จากเว็บ
By *SleepMode

ที่มา : http://www.srakaew.tht.in/aticle225Blank.html

Leave a Comment more...

หลักการออกแบบเว็บไซต์

by admin on ต.ค..04, 2010, under Web Design

หลักการออกแบบเว็บเพจที่จริงแล้วไม่มีอะไรตายตัวหรอกครับ เพียงแต่เราต้องยึดหลักเกณฑ์เพื่อความเป็นสากลนิยมและความเหมาะสมของเว็บเพจ การออกแบบเว็บเพจนั้นเราจะคำนึงของผู้เยี่ยมชมเป็นหลักว่า เว็บที่เราทำออกมานั้นต้องการดึงดูดคนประเภทไหนเข้ามา เราก็ทำออกมาตามที่คนประเภทนั้นเข้ามาเช่น จะทำเว็บแนววัยรุ่น คนที่จะมาเป็นลูกค้าเราก็คือพวกวัยรุ่น ดังนั้นเราจึงต้องออกแบบให้ ทันสมัย น่ารัก ถูกใจวัยเฮ้วทั้งหลาย แต่การออกแบบนั้นจะทำอย่างไรใช้ สีไหน ต้องมีอะไรบ้าง เราลองมาดูหลักเกณฑ์กันดีกว่าครับ(หลักเกณฑ์นี้ใช้ได้กับทุกเว็บและทุก ประเภทเลยนะครับ)

เนื้อหาเป็นหมวดหมู่ สำคัญมาก เนื้อหาต้องจัดหมวดหมู่ ผู้เยี่ยมชม จะได้หาข้อมูลได้อย่างง่ายดาย และไม่สับสน ว่าอะไร อยู่ตรงไหน

ต้องอ่านง่ายสบายตา (Read Ability) ตัวหนังสือที่เราใช้นั้นต้องไม่เล็กเกินไปหรือไม่ใหญ่เกินไป (ปัจจุบันมีการใช้ CSS Style เพื่อกำหนดให้กับขนาดหรือสีของตัวอักษรแบบตายตัว)และควรใช้สีที่ตัดกับแบ็ค กราว เช่นแบ็คกราวสีขาวไม่ควรใช้สีเขียวอ่อน,เหลือง หรือสีอื่นที่อ่อนๆจางๆ

โหลดไม่ช้าหน้าไม่ยาว (Fast Load) ส่วนนี้สำคัญนะครับ ถ้าคุณทำเว็บออกมาแล้วโหลดช้ามากก็จะทำให้ลูกค้าหันไปดูเว็บอื่นรอหรือ ร้ายกว่านั้นปิดเว็บของเราไปเลยก็ได้ แต่ก็อย่างว่านะครับ Internet ประเทศไทยยังไม่พัฒนาเลยช้านิดหน่อย ถ้าช้าแบบพอทนได้ก็รอกันต่อไป ส่วนที่ว่าหน้าไม่ยาวนั้นคือ เว็บบางเว็บ(ส่วนใหญ่จะเป็นเว็บพอทอล เช่น hunsa,sanook) จะทำหน้าที่ยาวมาก กว่าจะเลื่อนสกอลบาร์ลงไปถึงเลื่อนเม้าเลื่อกลูกกลิ้งกันจนจะสุดโต๊ะ(เว่อ ไป!..) เอาเป็นว่า จะให้ดีไม่ควรยาวเกิน 3 หน้าจอครับ

อัพเดทข่าวให้บ่อย (Update) ส่วนนี้เป็นจุดเชิดชูของเว็บเลยนะครับ ผมขอร้องเลยครับว่าถ้าทำเว็บแล้วอย่าทำครั้งเดียวทิ้ง ขอให้ทำแล้วทำตลอดไปเรื่อยๆเลยครับ (พวกทำครั้งเดียวแล้วไม่อัพเดทน่าจะเหมาะกับทำเว็บแนวประวัติของตัวเอง มากกว่า) เพราะผมเข้าไปหลายเว็บตามเว็บสมัครเล่นมีประมาณ 60% เลยครับที่ทำแล้วปล่อยทิ้งไว้ไปดูกี่ทีกี่ครั้ง Last Update ก็ยังอยู่ที่ 02/06/1999 เจออย่างงี้ก็น่าเบื่อนะครับ ผมขอแนะนำว่า ถ้าจะให้ดีข้อมูลควร update ทุกๆ 2 – 3 วันต่อครั้ง หรือ 1 อาทิตย์ครั้ง หรือ 15 วันครั้ง หรือถ้าเดือนละครั้งอันนี้ก็ไม่ไหวนะครับ แต่ถ้าท่านไม่มีเวลาจะ update จริงๆ ควรจะเขียนกล่าวไว้ที่หน้าเว็บว่าจะงด update ชั่วคราวเพื่อจะได้ไม่เสีย creadit ของตัวเองครับ และให้ลูกค้าติดตามมาดูบ่อยๆด้วย

อย่าปล่อยให้มีคำผิด (Good Spelling) ถ้าท่านทำเว็บมาแล้วปล่อยให้มีคำผิดขึ้นมายิ่งเป็นข้อความใหญ่ๆแล้วด้วยจะทำ ให้เว็บเราดูด้อยไปเลยครับจะดูเหมือนกับว่า webmaster เว็บนั้นไม่เป็นมือโปรเลย แต่สำหรับคำผิดเล็กๆน้อยๆ ตามบทความถ้าท่านมีเยอะจนไม่สามารถตรวจสอบได้ทุกหน้าก็พออนุโลมได้ครับ

ทุกทิศมีที่ไป (Navigation Bar) การหลงในเว็บเพจหงุดหงิดกว่าการเดินหลงในห้างอีกนะครับ เพราะในเว็บมันไม่มีอะไรให้ดูนอกจากหน้าจอ และก็เสียเวลามากกว่า และรู้สึกว่าตัวเองโง่ไปถนัดตาเลยว่าทำไมกะอีแค่เว็บๆเดียวทำเราวุ่ววายไป หมด ดังนั้นทุกหน้าเราต้องมีเมนูไปกลับหน้าแรกและหน้าอื่นๆติดอยู่เสมอ เพื่อความสะดวกของลูกค้า

เครื่องหมายมีให้ติดตาม (Use Sign) ภาพหนึ่งภาพแทนความหมายได้พันคำ การใช้เครื่องหมายที่ง่ายต่อความเข้าใจ เช่น “ลูกศร” ที่จะนำทางให้คุณคลิ้กเพื่อไปดูรายละเอียดในหน้าถัดไป เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ใด ๆ ที่สามารถทำให้ลูกค้ารู้ว่า คุณกำลังจะบอกอะไรกับเขา

ทุกคำถามต้องมีคำตอบ (FAQ) แม้คุณจะบอกว่า เว็บไซต์ของคุณ ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานง่ายเท่าใดก็ตาม แต่เชื่อผมเถอะว่าลูกค้ามีคำถามในใจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งถ้าคุณตอบได้ทันที ลูกค้าจะรู้สึกแฮปปี้และประทับใจในบริการของคุณ การใส่ FAQ เข้าไปในไซต์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาคำตอบที่ต้องการด้วยตัวเองได้ จะช่วยให้ลูกค้าไม่ลังเล และตัดสินใจเป็นลูกค้าของคุณได้ง่ายดายขึ้น ซึ่งในส่วนของ FAQ นี้ก็จะมีทั้งคำถามคำตอบในเรื่องของการท่องไซต์ เพื่อจะได้เข้าถึงบริการส่วนต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ยิ่งในเว็บที่เกี่ยวกับ E-commerce

ทุกคำชอบต้องมีโชว์ (Testimonial) คำชมจากลูกค้านั้นมีความหมายและมีความสำคัญมาก มันคือตัวที่แสดงถึงความเชื่อใจ และสร้าง Creadit ให้เราได้มากกว่าการที่เราจะมานั่งชมมตัวเอง ดังนั้นถ้าเป็นไปได้น่าจะเอามาโชว์เพื่อให้ลูกค้าคนอื่นเห็นและเกิดความมั่น ใจ ยิ่งในเว็บที่เกี่ยวกับ E-commerce

เบอร์โทรชัดไม่ขัดตา (Logo, Brand Name & Tel No.) ตัวนี้ไม่ใช่แค่เบอร์โทรอย่างเดียวนะครับ มันรวมไปถึงข้อมูลที่ใช้ติดต่อเราทั้งหมด ไม่ว่าจะ เบอร์โทร E-mail ICQ logo แผนที่ หรืออื่นๆ เราควรจะโชว์ให้ชัดเจนและเป็นจริงที่สุดเพื่อการติดต่อกลับที่สะดวกหรือเป็น ไปได้ให้ติดตั้งสคิ้ปในการติดต่อกลับแบบอัตโนมัติก็จะทำให้ง่ายและรวดเร็ว ขึ้น

เพื่อลูกค้าใช้อ้างอิง (Reference Address) การที่คุณใส่ที่อยู่ที่ติดต่อได้เข้าไปที่ด้านท้ายของทุกเว็บเพจ ช่วยสร้างโอกาสธุรกิจให้กับคุณได้ ทำไมหรือครับ เพราะนอกจากลูกค้าจะจำได้ว่า ที่ติดต่อหรือธุรกิจของคุณอยู่ที่ไหน เขาก็จะไม่ต้องทำได้ทันที นอกจากนี้ เวลาที่ลูกค้าพิมพ์เว็บเพจของคุณออกไป ที่อยู่ที่ติดต่อเหล่านี้ก็จะติดไปด้วย ซึ่งหากเป็นการส่งต่อเอกสารนั้นให้กับผู้อื่น คุณก็จะได้กลุ่มเป้าหมายที่สามารถติดต่อคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องออนไลน์ เพื่อค้นหาข้อมูลติดต่อให้วุ่นวายแต่อย่างใด (เช่นเว็บ 2capsule ถ้าท่านต้องการ Print บทความก็จะมี logo และ URL ติดอยู่ เพื่อการโปรโมตไปในตัว) จะเหมาะกับเว็บแนว E-Commerce มากๆ

ทุกอย่างต้องหาได้ (Search) หากเว็บคุณเป็นเว็บขายสินค้าหลายๆประเภทหรือมีบทความหลายๆเรื่องแล้วหละก็ ขาดไม่ได้เลยครับสำหรับเครื่องมือที่ที่ไว้สำหรับ Search ในเว็บของเราเอง เพื่อการค้นหาที่สะดวกขึ้นและ ลดระยะเวลาของลูกค้าไปในตัวด้วย

ทุกอย่างง่ายทำได้เอง (Help) ส่วนนี้จะค้ลายๆกับ FAQ แต่ว่ามันจะเป็นส่วนที่สอนการใช้งานของเว็บของคุณ ยิ่งเว็บของคุณมีระบบเยอะก็จำเป็นที่จะต้องมี Comment หรืคำแนะนำในการใช้ทุกจุด เพื่อความไม่ผิดพลาดของลูกค้า

ท่องไซต์ให้ครื้นเครง (Fun Stuff) การใส่ลูกเล่นที่น่าสนใจ หรือสอดแทรกความสุกสนานบางอย่างเข้าไปในไซต์ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก ผมก็คิดว่า คุณน่าจะสันหามาใส่เข้าไปในไซต์ของคุณ บนอินเทอร์เน็ตจะมีหลายๆ ไซต์ที่ให้บริการ การ์ตูนฟรี เรื่องขำขันฟรี คุณสามารถทำลิงก์เพื่อไปดึงเนื้อหาเหล่านี้มาปรากฎในไซต์ของคุณได้ เพื่อให้ยูสเซอร์ไม่รู้สึกว่าไซต์ของคุณเน้นวิชาการจนเกินไป

ต้องเกรงใจลูกค้าเรา (Friendly Dialog) การเกรงใจในที่นี้หมายถึงการใช้คำพูดในเว็บ ควรใช้ให้เหมาะสม และเป็นกันเองที่สุดหรือสากลที่สุด เพื่อการติดต่อสื่อสารที่ง่าย และเป็นมิตร ยิ่งใน E-Commerce ถ้าลูกค้าเป็นมิตรกับเรา เขาก็ย่อมจะเลือกซื้อสินค้าของเรามากกว่าเว็บอื่นที่ไม่เป็นมิตร

ลดขนาดภาพให้เล็กสวยคงเดิม (Fix Image Size) การลดขนาดของรูปในที่นี้ผมไม่ได้หมายความว่า ให้เอารูปขนาด 500 x 500 มาย่อในโปรแกรมเขียนเว็บให้เลือก 200 x 200 นะครับ เพราะการย่อแบบนั้น มันย่อให้รูปที่เราเปิดดูเล็กลงได้จริงแต่ขนาดหรือ Size นั้นก็ยังเท่าเดิม เวลาโหลดก็โลหดนานเท่าเดิมดังนั้นมันจะไม่ช่วยอะไรขึ้นมาเลย แต่สิ่งที่ผมจะบอกคุณคือ ให้ย่อขนาด หรือลดขนาดของภาพโดยใช้โปรแกรมพวก Photoshop หรือโปรแกรมเกี่ยวกับการแต่งภาพอื่นๆ เพราะการย่อขนาดในนั้นจะช่วยทำให้ภาพของคุณลดขนาดตามไปด้วย แต่การลดขนาดนั้นคุณก็ต้องมีความรู้ทางโปรแกรมกราฟฟิกนั้นไม่น้อยเหมือนกัน เพราะเราต้องลดขนาดรูปให้ได้เยอะที่สุดแต่ยังสวยคงเดิม(คงเคยเห็นนะครับ รูปที่ ขนาด 50KB กับ 45KB สวยเหมือนกัน เพราะคนที่ย่อขนาดนั้นมีความสามารถพอครับ) แต่ปัจจุบันมีโปรแกรมออกมาเพื่อการลดขนาดของรูปโดยเฉพาะ ซึ่งผมจะนำมาให้ download กัน ลองติดตามนะครับ

เรื่องของ Tag เปิดบ่อยๆ (Open tag) Tag ใน HTML นั้น มันจะแสดงออกมาก็ต่อเมื่อมันอ่านเจอ Tag ปิด ดังนั้นให้คุณเขียนเว็บแล้วเปิด ปิด Tag บ่อยๆเพื่อความเร็วในการแสดงผลครับ

Link ผิดต้องอย่าปล่อย (Link Break) เมื่อทำเว็บเสร็จแล้ว พยายามตรวจสอบ link ให้แน่ใจว่าจะไม่ผิดพลาด แต่บางครั้งที่คุณ link ไปเว็บอื่นแล้วเขา ปิดเว็บลงไปแล้วก็ช่วยไม่ได้นะครับ คุณต้องลองติดตามดูบ่อยๆ

ลดขนาด file เว็บเรา ( Fix File Size) ขนาดของ file html นั้นแต่ก่อนไม่ค่อยมีการออกเว็บเท่าไรจึงมีขนาดไม่เกิน 20 -30 kb แต่ปัจจุบันมีการเล่นสคิ้ปและรูปแบบและเนื้อหามากขึ้น ขนาดจึง ไปอยู่ที่ 70 – 150 kb แต่ตามความคิดผมไม่ควรจะเกิน 50 – 80 kb ครับ เพราะยิ่งมากก็ยิ่งช้า เหมือนกับเรากำลัง download file ชนิดหนึ่งที่มีขนาด 100 kb คุณว่านานไหมล่ะ(แค่ตัวหนังสือไม่รวมรูปหรืออื่นๆนะ) แต่ถ้าจำเป็นก็ไม่เป็นไรครับ เพราะปัจจุบัน เรื่องของ Internet เร็วพอสมควร

web design

Leave a Comment : more...

Looking for something?

Use the form below to search the site:

Still not finding what you're looking for? Drop a comment on a post or contact us so we can take care of it!

Blogroll

A few highly recommended websites...